บริการของเรา ทำไมต้องที่นี่ แพทย์ผู้ดูแล สถานที่
คลังความรู้
บทความ หนังสือ YouTube
ติดตามเรา ติดต่อ FAQ ประเมินความจำ นัดหมายปรึกษาแพทย์
หน้าหลัก คลังความรู้ ลมชัก โรคลมชักคืออะไร?
1 ลมชัก

โรคลมชักคืออะไร?

เข้าใจโรค อาการ การรักษา และการใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย

อ่านประมาณ 8 นาที นพ.อดิศักดิ์ กิตติสาเรศ

การเห็นใครสักคนล้มลง ชักเกร็ง หรือหมดสติ เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้หลายคนตกใจ และมักเข้าใจว่าผู้ป่วยคนนั้นเป็น "โรคลมชัก" ทันที แต่ในความเป็นจริง อาการชักไม่ได้หมายความว่าเป็นโรคลมชักเสมอไป และในทางกลับกัน ผู้ป่วยโรคลมชักก็ไม่ได้มีอาการชักเกร็งทั้งตัวทุกคน บางคนอาจเพียงเหม่อลอย แขนหรือใบหน้ากระตุก หรือมีอาการผิดปกติเพียงไม่กี่วินาทีก่อนกลับมาเป็นปกติ

ปัจจุบันโรคลมชักเป็นโรคทางระบบประสาทที่สามารถรักษาและควบคุมอาการได้ ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถเรียนหนังสือ ทำงาน ใช้ชีวิต และมีครอบครัวได้ตามปกติ หากได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม

โรคลมชักคืออะไร

โรคลมชัก (Epilepsy) เป็นโรคที่เกิดจากการทำงานผิดปกติของเซลล์ประสาทในสมอง ทำให้เกิดการปล่อยกระแสไฟฟ้าผิดปกติพร้อมกัน ส่งผลให้เกิดอาการชักซ้ำโดยไม่มีปัจจัยกระตุ้นเฉียบพลัน เช่น ไข้สูง น้ำตาลในเลือดต่ำ หรือการถอนแอลกอฮอล์

อาการชักอาจเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่การชักเกร็งทั้งตัว การกระตุกของแขนหรือขาเพียงข้างเดียว การเหม่อลอย ไม่ตอบสนองต่อสิ่งรอบตัว ไปจนถึงการรับรู้กลิ่น รส หรือภาพที่ผิดปกติชั่วคราว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของสมองที่เกิดความผิดปกติ

โรคลมชักคืออะไร

โรคลมชักเกิดจากการปล่อยกระแสไฟฟ้าผิดปกติในสมอง ส่งผลให้เกิดอาการชักในรูปแบบต่าง ๆ

โรคลมชักเกิดจากอะไร

โรคลมชักอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น

  • ความผิดปกติของสมองตั้งแต่กำเนิด
  • โรคหลอดเลือดสมอง
  • เนื้องอกในสมอง
  • อุบัติเหตุที่ศีรษะ
  • การติดเชื้อของสมอง
  • ภาวะสมองขาดออกซิเจน
  • โรคทางพันธุกรรมบางชนิด

อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยไม่สามารถหาสาเหตุที่ชัดเจนได้ แม้จะได้รับการตรวจอย่างละเอียดแล้วก็ตาม

อาการของโรคลมชัก

อาการของโรคลมชักแตกต่างกันไปในแต่ละคน ตัวอย่างอาการที่พบได้ ได้แก่

  • ชักเกร็งและกระตุกทั้งตัว
  • หมดสติ
  • เหม่อลอย ไม่ตอบสนอง
  • แขน ขา หรือใบหน้ากระตุก
  • ชาหรือรู้สึกแปลก ๆ ที่แขน ขา หรือใบหน้า
  • ได้กลิ่นหรือเห็นภาพผิดปกติก่อนเกิดอาการชัก
  • พูดไม่ออกหรือสับสนชั่วคราว
อาการของโรคลมชัก

อาการชักมีหลายรูปแบบ ตั้งแต่เหม่อลอยเพียงไม่กี่วินาที ไปจนถึงชักเกร็งทั้งตัว

💡 อาการหลังการชัก (Post-ictal)

หลังอาการชัก ผู้ป่วยมักรู้สึกง่วงนอน อ่อนเพลีย ปวดเมื่อย สับสน หรือจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ ซึ่งเป็นอาการที่พบได้ตามปกติและไม่ถือว่าผิดปกติ อาการเหล่านี้มักหายไปได้เองภายในไม่กี่นาทีถึงหนึ่งชั่วโมง

แพทย์วินิจฉัยโรคลมชักอย่างไร

การวินิจฉัยเริ่มจากการซักประวัติอย่างละเอียด ทั้งลักษณะอาการ ระยะเวลาที่ชัก สิ่งที่เกิดขึ้นก่อนและหลังการชัก รวมถึงประวัติจากผู้ที่เห็นเหตุการณ์ หากสามารถถ่ายวิดีโอขณะเกิดอาการไว้ได้ จะช่วยให้แพทย์วินิจฉัยได้แม่นยำมากขึ้น

การตรวจเพิ่มเติมอาจประกอบด้วย

  • ตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง (EEG)
  • เอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าสมอง (MRI)
  • เอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง (CT Scan)
  • ตรวจเลือดตามความเหมาะสม

โรคลมชักรักษาได้หรือไม่

🎉 ข่าวดี!

ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถควบคุมอาการชักได้ด้วยยากันชัก โดยแพทย์จะเลือกชนิดของยาให้เหมาะกับชนิดของอาการชัก อายุ โรคร่วม และปัจจัยอื่น ๆ ของผู้ป่วยแต่ละราย

หากรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ ผู้ป่วยจำนวนมากจะไม่มีอาการชักอีกเป็นเวลานาน และสามารถใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงกับคนทั่วไป ส่วนผู้ที่ยังควบคุมอาการไม่ได้ อาจมีทางเลือกในการรักษาเพิ่มเติม เช่น การผ่าตัด การกระตุ้นเส้นประสาทเวกัส (VNS) หรือการรักษาเฉพาะทางอื่น ๆ

สิ่งกระตุ้นที่ควรหลีกเลี่ยง

แม้จะได้รับการรักษาแล้ว แต่ยังมีปัจจัยหลายอย่างที่อาจกระตุ้นให้เกิดอาการชักได้ เช่น

  • นอนดึกหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ
  • ความเครียด
  • ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • ใช้สารเสพติด
  • ลืมรับประทานยากันชัก
  • หยุดยาด้วยตนเอง

การพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ และดูแลสุขภาพโดยรวม จะช่วยลดโอกาสเกิดอาการชักได้อย่างมาก

การใช้ยากันชัก

ยากันชักเป็นหัวใจสำคัญของการรักษา ผู้ป่วยควรรับประทานยาให้ตรงเวลาและไม่ควรหยุดยาเอง แม้จะไม่มีอาการชักมานานแล้ว เพราะอาจทำให้อาการชักกลับมาได้

📌 ถ้าลืมรับประทานยา

ให้รับประทานทันทีเมื่อจำได้ หากใกล้ถึงเวลารับประทานยามื้อต่อไปแล้ว ให้ข้ามมื้อที่ลืม และรับประทานตามเวลาปกติ โดยไม่ควรรับประทานยาเพิ่มเป็นสองเท่า

⚠️ สัญญาณแพ้ยาที่ต้องระวัง

หากมีผื่นขึ้น มีไข้ ตาแดง หรือแผลในปากหลังเริ่มยากันชัก ควรรีบพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นอาการแพ้ยาที่รุนแรง

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง หากยังควบคุมอาการชักไม่ได้หรือเพิ่งเริ่มยากันชัก

ผู้ป่วยโรคลมชักส่วนใหญ่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติเมื่อควบคุมอาการได้ดี แต่ในช่วงที่อาการชักยังควบคุมไม่ได้ หรือเพิ่งเริ่มรับประทานยากันชัก ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจเกิดอันตรายหากมีอาการชักขึ้นกะทันหัน ได้แก่

  • ขับรถยนต์หรือขี่รถจักรยานยนต์
  • ว่ายน้ำหรือเล่นกีฬาทางน้ำเพียงลำพัง
  • ปีนที่สูง เช่น หลังคา บันไดสูง หรือนั่งร้าน
  • ทำงานกับเครื่องจักร เครื่องตัด หรือของมีคม
  • อยู่ใกล้แหล่งน้ำ กองไฟ เตาแก๊ส หรือของร้อนเพียงลำพัง
  • อาบน้ำในอ่างอาบน้ำ ควรอาบน้ำด้วยฝักบัวแทน
  • ทำงานที่ต้องรับผิดชอบความปลอดภัยของผู้อื่น เช่น ควบคุมเครื่องจักรหนักหรือขับรถโดยสาร

ในช่วงเริ่มใช้ยากันชัก ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการง่วงนอน เวียนศีรษะ เดินเซ หรือมองเห็นภาพซ้อน ซึ่งมักดีขึ้นเมื่อร่างกายปรับตัวกับยาได้

หากพบคนกำลังชัก ควรช่วยอย่างไร

การช่วยเหลือที่ถูกต้องจะช่วยลดการบาดเจ็บและภาวะแทรกซ้อนได้

วิธีช่วยเหลือผู้ป่วยขณะชัก

การช่วยเหลือผู้ป่วยขณะชักอย่างถูกวิธีช่วยลดการบาดเจ็บและภาวะแทรกซ้อนได้

สิ่งที่ควรทำ

  • ตั้งสติและจับเวลาว่าอาการชักนานเท่าใด
  • จัดผู้ป่วยให้นอนตะแคง เพื่อป้องกันการสำลัก
  • คลายเสื้อผ้าที่รัดแน่น
  • นำของแข็งหรือของมีคมที่อยู่ใกล้ออก
  • อยู่กับผู้ป่วยจนกว่าจะฟื้นดี

สิ่งที่ไม่ควรทำ

  • ไม่จับกดแขนหรือขาผู้ป่วย
  • ไม่งัดปากหรือใส่ช้อนเข้าไปในปาก
  • ไม่ป้อนน้ำ อาหาร หรือยาในขณะที่ยังไม่รู้สึกตัว
  • ไม่พยายามหยุดการกระตุกของร่างกาย
🚨 เมื่อไรที่ต้องโทร 1669

หากอาการชักนานเกิน 5 นาที ชักต่อเนื่องหลายครั้งโดยไม่ฟื้น ได้รับบาดเจ็บรุนแรง หายใจลำบาก หรือเป็นการชักครั้งแรก ควรรีบโทรแจ้งสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 หรือรีบนำส่งโรงพยาบาล

วิดีโอสอนการดูแลผู้ป่วยขณะมีอาการชัก

แม้ว่าการอ่านบทความจะช่วยให้เข้าใจหลักการปฐมพยาบาลได้ แต่การดูวิดีโอสาธิตจะช่วยให้เห็นภาพขั้นตอนการช่วยเหลือได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งการจัดท่าผู้ป่วย การป้องกันการบาดเจ็บ และสิ่งที่ไม่ควรทำระหว่างที่ผู้ป่วยกำลังชัก หากในครอบครัวมีผู้ป่วยโรคลมชัก แนะนำให้สมาชิกในครอบครัวรับชมวิดีโอนี้ร่วมกัน เพื่อให้ทุกคนสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย

🎥 ดูวิดีโอสอนการดูแลผู้ป่วยขณะมีอาการชัก

โรคลมชักไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

ในอดีต โรคลมชักอาจทำให้หลายคนรู้สึกกังวลหรือถูกตีตราจากสังคม แต่ด้วยความก้าวหน้าทางการแพทย์ในปัจจุบัน ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถควบคุมอาการได้ดีและใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ

สิ่งสำคัญที่สุดคือการรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ มาพบแพทย์ตามนัด ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง และหลีกเลี่ยงปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดอาการชัก หากทำได้อย่างต่อเนื่อง ผู้ป่วยจำนวนมากสามารถเรียนหนังสือ ทำงาน สร้างครอบครัว และใช้ชีวิตได้แทบไม่แตกต่างจากคนทั่วไป

📋 สรุปสิ่งที่ควรรู้

  • โรคลมชักเกิดจากการปล่อยกระแสไฟฟ้าผิดปกติในสมอง ทำให้เกิดอาการชักซ้ำในหลายรูปแบบ ไม่ใช่แค่การชักเกร็งทั้งตัว
  • ผู้ป่วยส่วนใหญ่ควบคุมอาการได้ด้วยยากันชัก ควรรับประทานยาให้ตรงเวลาและไม่หยุดยาเอง หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น และพักผ่อนให้เพียงพอ
  • หากพบคนกำลังชัก ให้จัดท่านอนตะแคง อย่างัดปากหรือกดแขนขา และโทร 1669 หากชักนานเกิน 5 นาทีหรือเป็นการชักครั้งแรก
นพ.อดิศักดิ์ กิตติสาเรศ
อายุรแพทย์สาขาประสาทวิทยา — คลินิกรักษ์สมอง

คลังความรู้โรคสมอง

www.dradisak.com