หลายคนเข้าใจว่าเมื่อผื่นงูสวัดแห้งและหายดีแล้ว โรคก็จบลง แต่ในความเป็นจริง ผู้ป่วยบางรายยังคงต้องเผชิญกับอาการปวดที่ทรมานต่อไปอีกหลายเดือน หรือบางคนอาจนานเป็นปี
อาการปวดประสาทหลังเป็นงูสวัด (Postherpetic Neuralgia; PHN) ภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยหลังเป็นงูสวัด
อาการปวดแสบ ปวดแปลบ เหมือนไฟลวก หรือเจ็บแม้เพียงเสื้อผ้าสัมผัสผิวหนัง อาจเป็นสัญญาณของ อาการปวดประสาทหลังเป็นงูสวัด (Postherpetic Neuralgia; PHN) ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ
🎉 ข่าวดี!
หากได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะแรก สามารถช่วยลดความรุนแรงของอาการ และเพิ่มคุณภาพชีวิตได้อย่างมาก
อาการปวดประสาทหลังเป็นงูสวัด คืออะไร?
ภาวะนี้เกิดจากการที่ เชื้อไวรัสวาริเซลลา-ซอสเตอร์ (Varicella-zoster virus; VZV) ซึ่งเป็นเชื้อเดียวกับที่ทำให้เกิดโรคอีสุกอีใสและงูสวัด เข้าไปทำลายเส้นประสาทระหว่างการติดเชื้อ
💡 กลไกสำคัญ
แม้ว่าผื่นงูสวัดจะหายแล้ว แต่เส้นประสาทที่ได้รับความเสียหายยังคงส่งสัญญาณความเจ็บปวดผิดปกติไปยังสมอง ทำให้เกิดอาการปวดเรื้อรังต่อเนื่อง
อาการปวดประสาทหลังเป็นงูสวัดเริ่มเมื่อไร?
ผู้ป่วยหลายคนเข้าใจว่าอาการปวดจะเกิดขึ้นหลังผื่นงูสวัดหายแล้วเท่านั้น แต่ความจริง ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักเริ่มมีอาการปวดตั้งแต่ช่วงที่เป็นงูสวัดอยู่แล้ว และอาการปวดนั้นยังคงต่อเนื่องแม้ว่าผื่นจะหายไป
โดยทั่วไป ผื่นงูสวัดมักหายภายใน 2–4 สัปดาห์ แต่หากอาการปวดยังคงอยู่ นานกว่า 3 เดือนนับจากวันที่ผื่นเริ่มขึ้น จะเรียกว่า อาการปวดประสาทหลังเป็นงูสวัด (Postherpetic Neuralgia; PHN)
อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการปวดเด่นชัดขึ้นหลังผื่นหายแล้ว ซึ่งเป็นผลจากเส้นประสาทที่ถูกไวรัสทำลายระหว่างการติดเชื้อ ทำให้เส้นประสาทส่งสัญญาณความเจ็บปวดผิดปกติ แม้ผิวหนังจะกลับมาเป็นปกติแล้วก็ตาม
อาการเป็นอย่างไร?
ผู้ป่วยแต่ละคนอาจมีอาการแตกต่างกัน แต่ที่พบได้บ่อย ได้แก่
- ปวดแสบร้อนเหมือนไฟลวก
- ปวดจี๊ดหรือปวดแปลบเหมือนไฟฟ้าช็อต
- ปวดตลอดเวลา หรือปวดเป็นพัก ๆ
- เจ็บมากเมื่อมีสิ่งมากระทบเบา ๆ เช่น เสื้อผ้า ผ้าห่ม หรือแม้แต่ลมพัด (Allodynia)
- ชา หรือรู้สึกไวต่อการสัมผัสผิดปกติ
- นอนหลับยาก อารมณ์แย่ และทำกิจวัตรประจำวันลำบาก
⚠️ ผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต
อาการมักเกิดในตำแหน่งเดียวกับที่เคยมีผื่นงูสวัดมาก่อน และในบางรายอาจรุนแรงจนไม่สามารถใส่เสื้อผ้าหรือแตะต้องบริเวณนั้นได้
ใครบ้างที่มีความเสี่ยง?
แม้ผู้ป่วยงูสวัดทุกคนสามารถเกิดภาวะนี้ได้ แต่จะพบมากขึ้นในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น
- อายุ 50 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะผู้สูงอายุ
- ผู้ที่มีอาการงูสวัดรุนแรงหรือมีผื่นเป็นบริเวณกว้าง
- ผู้ที่มีอาการปวดมากตั้งแต่ระยะเริ่มต้นของงูสวัด
- ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
- ผู้ป่วยโรคเบาหวาน หรือโรคประจำตัวบางชนิด
วินิจฉัยอย่างไร?
แพทย์จะอาศัย
- ประวัติการเป็นงูสวัดในอดีต
- ลักษณะและตำแหน่งของอาการปวด
- การตรวจระบบประสาท
โดยส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องตรวจพิเศษ แต่หากอาการไม่เข้าได้กับโรค หรือสงสัยสาเหตุอื่น อาจพิจารณาการตรวจเพิ่มเติมตามความเหมาะสม
รักษาอย่างไร?
การรักษามีเป้าหมายเพื่อลดอาการปวด ฟื้นฟูคุณภาพชีวิต และช่วยให้ผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ใกล้เคียงปกติ
1
ยารักษาอาการปวดเส้นประสาท
เป็นยาหลักในการรักษา เช่น
ในบางรายอาจใช้ยากลุ่มต้านซึมเศร้าบางชนิด เช่น Amitriptyline หรือ Duloxetine ซึ่งมีฤทธิ์ช่วยลดอาการปวดเส้นประสาทได้
อาจใช้ร่วมกันตามความรุนแรงของอาการ เช่น
- Paracetamol
- ยาต้านการอักเสบ (NSAIDs) ในผู้ป่วยที่เหมาะสม
- ยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์ในบางรายที่มีอาการรุนแรง โดยอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
ผู้ป่วยบางรายอาจเหมาะกับ
- แผ่นแปะยาชา (Lidocaine patch)
- ยาทาผิวหนังหรือแผ่นแปะแคปไซซิน (Capsaicin) ในผู้ป่วยที่เหมาะสม
หากรักษาด้วยยาแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น อาจพิจารณาวิธีรักษาเพิ่มเติม เช่น
- การฉีดยาบล็อกเส้นประสาท
- การทำหัตถการลดอาการปวด
- การฝังเครื่องกระตุ้นเส้นประสาทในผู้ป่วยที่คัดเลือกอย่างเหมาะสม
การรักษาจะเลือกให้เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละราย และควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ป้องกันได้หรือไม่?
วิธีที่ดีที่สุดคือ ลดโอกาสการเกิดงูสวัดตั้งแต่แรก
💉 วัคซีนป้องกันงูสวัด
ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันงูสวัดที่ช่วยลดทั้งโอกาสการเกิดโรค และลดความเสี่ยงของอาการปวดประสาทหลังเป็นงูสวัดได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป
⏱️ รีบพบแพทย์ภายใน 72 ชั่วโมง
หากเป็นงูสวัด ควรรีบพบแพทย์ภายใน 72 ชั่วโมงแรก เพื่อรับยาต้านไวรัส ซึ่งช่วยลดความรุนแรงของโรค และอาจลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนนี้ได้
📋 อย่าทนปวด เพราะยิ่งรักษาเร็ว ผลลัพธ์ยิ่งดี
- ✓หลายคนคิดว่าอาการปวดหลังงูสวัดเป็นเรื่องที่ต้องอดทนและจะหายเอง แต่ความจริงแล้ว หากปล่อยไว้นาน เส้นประสาทอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงจนทำให้อาการปวดเรื้อรังรักษาได้ยากขึ้น
- ✓หากคุณหรือคนในครอบครัวมีอาการปวดแสบร้อน ปวดแปลบ หรือเจ็บผิดปกติหลังเป็นงูสวัด อย่าปล่อยให้ความเจ็บปวดทำลายคุณภาพชีวิต
- ✓การพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้ได้รับการรักษาที่เหมาะสม ลดความทรมาน และเพิ่มโอกาสในการควบคุมอาการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นพ.อดิศักดิ์ กิตติสาเรศ
อายุรแพทย์สาขาประสาทวิทยา — คลินิกรักษ์สมอง
คลังความรู้โรคสมอง
www.dradisak.com