บริการของเรา ทำไมต้องที่นี่ แพทย์ผู้ดูแล สถานที่
คลังความรู้
บทความ หนังสือ YouTube
ติดตามเรา ติดต่อ FAQ ประเมินความจำ นัดหมายปรึกษาแพทย์
หน้าหลัก คลังความรู้ พาร์กินสัน โรคขาอยู่ไม่สุข
3 พาร์กินสัน — อาการสั่นและการเคลื่อนไหว

โรคขาอยู่ไม่สุข (Restless Legs Syndrome)

พอถึงเวลานอน ขาจะรู้สึกแปลก ๆ เหมือนต้องขยับตลอด นอนไม่หลับ...เป็นอะไรกันแน่?

อ่านประมาณ 8 นาที นพ.อดิศักดิ์ กิตติสาเรศ

"คุณหมอครับ...พอถึงเวลานอน ขาจะรู้สึกแปลก ๆ เหมือนต้องขยับตลอด ไม่ขยับก็รำคาญ นอนไม่หลับ แบบนี้เป็นอะไรครับ?"

โรคขาอยู่ไม่สุข Restless Legs Syndrome

โรคขาอยู่ไม่สุข (Restless Legs Syndrome; RLS) ความผิดปกติของระบบประสาทที่พบได้บ่อยกว่าที่หลายคนคิด

หลายคนเคยมีอาการเช่นนี้ แต่คิดว่าเป็นเพียงอาการเมื่อยล้าจากการทำงาน หรือเป็นเรื่องปกติของอายุที่มากขึ้น

💡 ความจริงที่ควรรู้

หากอาการเกิดขึ้นบ่อย โดยเฉพาะช่วงเย็นหรือก่อนนอน และดีขึ้นเมื่อขยับขา อาจเป็นภาวะที่เรียกว่า โรคขาอยู่ไม่สุข (Restless Legs Syndrome; RLS) ซึ่งเป็นโรคทางระบบประสาทที่พบได้บ่อยกว่าที่หลายคนคิด

แม้โรคนี้จะไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่สามารถรบกวนการนอนหลับ ทำให้เหนื่อยล้าในเวลากลางวัน และส่งผลต่อคุณภาพชีวิตได้อย่างมาก

โรคขาอยู่ไม่สุข คืออะไร?

Restless Legs Syndrome (RLS) เป็นความผิดปกติของระบบประสาทที่ทำให้ผู้ป่วยเกิด ความรู้สึกไม่สบายบริเวณขา ร่วมกับความรู้สึกอยากขยับขาอย่างควบคุมได้ยาก

หลายคนอธิบายอาการได้แตกต่างกัน เช่น

  • รู้สึกยุบยิบ
  • เหมือนมีอะไรมาคลาน
  • ปวดลึก ๆ
  • ตึงหรือเกร็ง
  • ชา
  • คันจากข้างใน
  • รู้สึกบอกไม่ถูก แต่ต้องขยับขาจึงจะสบายขึ้น

อาการมักเกิดที่น่องหรือขาทั้งสองข้าง แต่อาจเกิดที่แขนได้ในบางราย

ทำไมจึงเกิดโรคนี้?

แม้สาเหตุที่แท้จริงยังไม่ทราบแน่ชัด แต่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับ ความผิดปกติของสารสื่อประสาทโดปามีน (Dopamine) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกาย

💡 บทบาทของธาตุเหล็ก

ภาวะขาดธาตุเหล็กในสมองอาจมีบทบาทสำคัญ เนื่องจากธาตุเหล็กเป็นส่วนสำคัญในการสร้างและทำงานของระบบโดปามีน

ในผู้ป่วยจำนวนหนึ่ง โรคสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรม โดยเฉพาะผู้ที่เริ่มมีอาการตั้งแต่อายุน้อย

อาการที่เป็นลักษณะเฉพาะของโรค

แพทย์ใช้ลักษณะสำคัญ 4 ข้อในการช่วยวินิจฉัย ได้แก่

1

รู้สึกอยากขยับขาอย่างมาก

มักมีความรู้สึกไม่สบายร่วมด้วย

2

เกิดหรือเป็นมากขึ้นขณะพัก

เช่น นั่งดูโทรทัศน์ นั่งรถ หรือก่อนนอน

3

ดีขึ้นเมื่อเดิน ยืดเส้น หรือขยับขา

นี่คือจุดสังเกตที่สำคัญที่สุดของโรค

4

เป็นมากในช่วงเย็นหรือกลางคืน

ผู้ป่วยจำนวนมากจึงมีปัญหานอนไม่หลับ หลับไม่สนิท และรู้สึกอ่อนเพลียในเวลากลางวัน

ใครบ้างที่มีความเสี่ยง?

โรคนี้พบได้ในทุกช่วงอายุ แต่จะพบมากขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น ปัจจัยเสี่ยงที่พบได้ ได้แก่

  • ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคนี้
  • หญิงตั้งครรภ์ โดยเฉพาะไตรมาสที่ 3
  • ผู้ที่มีภาวะขาดธาตุเหล็ก
  • ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง
  • ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีปลายประสาทเสื่อม
  • ผู้ที่มีโรคของไขสันหลังหรือระบบประสาทบางชนิด
⚠️ ยาที่อาจทำให้อาการรุนแรงขึ้น

ยาบางชนิด เช่น ยาต้านอาการแพ้ ยาต้านซึมเศร้าบางกลุ่ม หรือยาต้านอาการคลื่นไส้ อาจทำให้อาการรุนแรงขึ้นในบางราย

แพทย์วินิจฉัยอย่างไร?

การวินิจฉัยอาศัยการซักประวัติเป็นหลัก ร่วมกับการตรวจร่างกายและตรวจระบบประสาท

ในบางรายแพทย์อาจตรวจเพิ่มเติม เช่น

  • ตรวจระดับธาตุเหล็ก (Serum ferritin)
  • ตรวจการทำงานของไต
  • ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด
  • ตรวจการนำกระแสประสาท หากสงสัยโรคปลายประสาท

เพื่อค้นหาสาเหตุที่สามารถรักษาได้

รักษาได้หรือไม่?

🎉 ข่าวดี!

ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถควบคุมอาการได้ดี หากได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม

1

ปรับพฤติกรรม

ในรายที่อาการไม่รุนแรง อาจเริ่มจาก

  • นอนให้เป็นเวลา
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ แต่ไม่หนักก่อนนอน
  • ลดชา กาแฟ และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน
  • งดสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์
  • นวด ยืดเหยียด หรือประคบอุ่นก่อนนอน
2

รักษาสาเหตุ

หากพบภาวะขาดธาตุเหล็ก ควรได้รับการรักษา เพราะผู้ป่วยจำนวนหนึ่งมีอาการดีขึ้นหลังแก้ไขภาวะดังกล่าว

3

การใช้ยา

ในผู้ที่มีอาการรบกวนการนอนหรือคุณภาพชีวิต แพทย์อาจพิจารณาใช้ยา เช่น

  • ยากลุ่ม Dopamine agonists
  • ยากลุ่ม Gabapentin หรือ Pregabalin โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการปวดร่วมด้วย
  • ยากลุ่มอื่นตามความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย

การเลือกใช้ยาจะขึ้นอยู่กับอายุ โรคร่วม ความรุนแรงของอาการ และผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น

พยากรณ์โรค

โรคขาอยู่ไม่สุขเป็นโรคเรื้อรังที่อาการอาจเป็น ๆ หาย ๆ ในบางราย ขณะที่บางคนอาจมีอาการต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี

🎉 ข่าวดี!

โรคจะไม่ทำให้เกิดอัมพาตหรือทำให้อายุสั้นลง ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ หากได้รับการรักษาและติดตามอาการอย่างเหมาะสม

แต่หากไม่ได้รับการรักษา อาจส่งผลต่อคุณภาพการนอน อารมณ์ สมาธิ และประสิทธิภาพในการทำงาน

Clinical Pearl จากประสบการณ์ในห้องตรวจ

💬 จากใจหมอ

ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยใช้เวลาหลายปีกว่าจะได้รับการวินิจฉัย เพราะคิดว่าเป็นเพียงอาการเมื่อยล้าหรือปัญหาการไหลเวียนเลือด

ความจริงแล้ว ลักษณะที่สำคัญที่สุดของโรคนี้คือ "ยิ่งอยู่นิ่ง ยิ่งทรมาน แต่ยิ่งขยับ ยิ่งสบายขึ้น"

หากคุณมีอาการลักษณะนี้ร่วมกับการนอนไม่หลับ อย่าปล่อยผ่าน เพราะการรักษาที่ถูกต้องสามารถช่วยให้นอนหลับดีขึ้น และคุณภาพชีวิตกลับมาเป็นปกติได้

📋 สิ่งสำคัญที่อยากฝากไว้

  • หากคุณหรือคนในครอบครัวรู้สึกอยากขยับขาอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะในช่วงเย็นหรือก่อนนอน อย่าคิดว่าเป็นเรื่องปกติของอายุหรือความเหนื่อยล้าเสมอไป
  • การพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อค้นหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสม จะช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น ลดความรำคาญ
  • และกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีอีกครั้ง
นพ.อดิศักดิ์ กิตติสาเรศ
อายุรแพทย์สาขาประสาทวิทยา — คลินิกรักษ์สมอง

คลังความรู้โรคสมอง

www.dradisak.com