นี่เป็นหนึ่งในคำถามที่หมอได้ยินบ่อยที่สุดในห้องตรวจ หลายคนเมื่อสังเกตว่ามือตัวเองเริ่มสั่น ก็มักนึกถึงโรคพาร์กินสันเป็นอันดับแรก บางคนถึงกับกังวลจนเครียด นอนไม่หลับ เพราะกลัวว่าจะเป็นโรคที่รักษาไม่ได้
อาการมือสั่นเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่จำเป็นต้องเป็นโรคพาร์กินสันเสมอไป
แต่ความจริงแล้ว อาการมือสั่นเกิดได้จากหลายสาเหตุ และไม่ได้หมายความว่าเป็นโรคพาร์กินสันเสมอไป
💡 ความเข้าใจที่ถูกต้อง
การเข้าใจลักษณะของอาการสั่น จะช่วยให้เราสังเกตตัวเองได้ถูกต้อง และรู้ว่าเมื่อไรควรรีบพบแพทย์
มือสั่น เกิดได้จากอะไร?
อาการสั่น (Tremor) เป็นความผิดปกติของการเคลื่อนไหวที่พบได้บ่อย สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น
- อาการสั่นไม่ทราบสาเหตุ (Essential Tremor)
- โรคพาร์กินสัน (Parkinson's disease)
- ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด
- ภาวะไทรอยด์เป็นพิษ
- ความผิดปกติของสมองน้อย (Cerebellar disease)
- ภาวะติดสุราหรือการถอนสุรา
- กล้ามเนื้อบิดเกร็ง (Dystonia)
- ความเครียด วิตกกังวล หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ
- คาเฟอีนหรือเครื่องดื่มชูกำลังในปริมาณมาก
จะเห็นได้ว่า โรคพาร์กินสันเป็นเพียงหนึ่งในหลายสาเหตุของอาการมือสั่นเท่านั้น
สาเหตุที่พบบ่อยที่สุด คือ Essential Tremor
หลายคนอาจไม่เคยได้ยินชื่อโรคนี้ แต่ในความเป็นจริง Essential Tremor เป็นสาเหตุของมือสั่นที่พบได้บ่อยกว่าพาร์กินสัน
ลักษณะเด่นคือ
- มือสั่นเวลาหยิบจับสิ่งของ
- สั่นเวลายกแก้วน้ำ
- สั่นเวลาใช้ช้อนรับประทานอาหาร
- สั่นเวลาเขียนหนังสือ
- บางรายสั่นที่ศีรษะหรือเสียงสั่นร่วมด้วย
- มักมีประวัติคนในครอบครัวเป็นลักษณะเดียวกัน
🎉 ข่าวดี!
ผู้ป่วยจำนวนมากยังสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่หากอาการรบกวนชีวิตประจำวันก็สามารถรักษาได้ด้วยยา หรือในบางรายอาจใช้การผ่าตัดกระตุ้นสมองส่วนลึก (Deep Brain Stimulation; DBS)
แล้วพาร์กินสันต่างอย่างไร?
โรคพาร์กินสันเกิดจากการเสื่อมของเซลล์สมองที่สร้างสารโดปามีน ส่งผลให้การควบคุมการเคลื่อนไหวผิดปกติ
อาการสำคัญ ได้แก่
1
มือสั่นเวลาพัก (Resting Tremor)
เป็นลักษณะที่พบได้บ่อยที่สุด ผู้ป่วยมักสั่นขณะวางมือเฉย ๆ แต่เมื่อหยิบจับของหรือเริ่มใช้งานมือ อาการสั่นกลับลดลง
- ติดกระดุมช้าลง
- ลุกจากเก้าอี้ช้า
- เดินช้าลง
- พลิกตัวบนเตียงลำบาก
รู้สึกแขนขาตึง เคลื่อนไหวไม่คล่อง หรือปวดเมื่อยผิดปกติ
- เดินก้าวสั้น
- ตัวโน้มไปข้างหน้า
- แขนแกว่งน้อยลง
- หยุดเดินหรือเลี้ยวลำบาก
- หกล้มง่ายในระยะหลัง
นอกจากการเคลื่อนไหว ผู้ป่วยอาจมี
- ท้องผูก
- การได้กลิ่นลดลง
- นอนละเมอหรือขยับตัวขณะฝัน
- ซึมเศร้า
- เสียงพูดเบา
- สีหน้าเรียบ ไม่ค่อยแสดงอารมณ์
- ลายมือเล็กลงเรื่อย ๆ
อาการเหล่านี้อาจเกิดก่อนมือสั่นหลายปี
จุดสังเกตง่าย ๆ ระหว่าง Essential Tremor และพาร์กินสัน
| Essential Tremor | Parkinson's disease |
| สั่นเวลาใช้งานมือ | สั่นเวลาพัก |
| หยิบแก้วน้ำแล้วสั่น | วางมือเฉย ๆ แล้วสั่น |
| มักสั่นทั้งสองข้าง | มักเริ่มข้างเดียว |
| พบศีรษะสั่นได้ | แทบไม่พบศีรษะสั่น |
| การเดินปกติ | เดินช้า ก้าวสั้น แขนแกว่งน้อย |
⚠️ ข้อควรระวัง
แม้ตารางนี้จะช่วยให้เข้าใจความแตกต่างได้ แต่ก็ไม่สามารถใช้วินิจฉัยโรคได้ด้วยตนเอง เพราะผู้ป่วยแต่ละคนอาจมีลักษณะไม่เหมือนกัน
แพทย์วินิจฉัยอย่างไร?
สิ่งสำคัญที่สุดคือ
- การซักประวัติอย่างละเอียด
- การตรวจระบบประสาท
- การสังเกตลักษณะของอาการสั่น
ในบางรายอาจต้องตรวจเพิ่มเติม เช่น
- ตรวจเลือด
- MRI สมอง
- DAT Scan ในผู้ป่วยที่วินิจฉัยได้ยาก
- การตรวจอื่น ๆ ตามดุลยพินิจของแพทย์
พาร์กินสันรักษาได้ไหม?
💡 แม้ยังรักษาไม่หายขาด แต่ควบคุมอาการได้ดี
แม้โรคพาร์กินสันจะยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ปัจจุบันมีการรักษาที่ช่วยควบคุมอาการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ได้แก่
- ยาเพิ่มสารโดปามีน
- ยากลุ่ม Dopamine agonists
- MAO-B inhibitors
- COMT inhibitors
- ยาฉีดหรือปั๊มยาต่อเนื่องในผู้ป่วยบางราย
- การผ่าตัดกระตุ้นสมองส่วนลึก (Deep Brain Stimulation; DBS)
นอกจากนี้ การออกกำลังกายและกายภาพบำบัดอย่างสม่ำเสมอ มีบทบาทสำคัญไม่แพ้การใช้ยา
เมื่อไหร่ควรรีบพบแพทย์?
ควรปรึกษาแพทย์หากมีอาการต่อไปนี้
- มือสั่นมากขึ้นเรื่อย ๆ
- เริ่มสั่นแม้ขณะพัก
- เคลื่อนไหวช้าลง
- เดินผิดปกติหรือหกล้ม
- แขนขาแข็ง
- ลายมือเล็กลง
- อาการสั่นรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน
📋 อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่ามือสั่นคือพาร์กินสัน
- ✓"มือสั่น" เป็นเพียงอาการ ไม่ใช่ชื่อโรค อาการเดียวกันอาจเกิดจากหลายสาเหตุ ตั้งแต่ภาวะที่ไม่รุนแรงไปจนถึงโรคทางระบบประสาทที่ต้องได้รับการรักษา
- ✓การรีบหาสาเหตุที่แท้จริงตั้งแต่ระยะแรก จะช่วยให้ได้รับการรักษาที่เหมาะสม ลดความกังวล
- ✓และช่วยให้คุณกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง
นพ.อดิศักดิ์ กิตติสาเรศ
อายุรแพทย์สาขาประสาทวิทยา — คลินิกรักษ์สมอง
คลังความรู้โรคสมอง
www.dradisak.com