บริการของเรา ทำไมต้องที่นี่ แพทย์ผู้ดูแล สถานที่
คลังความรู้
บทความ หนังสือ YouTube
ติดตามเรา ติดต่อ FAQ ประเมินความจำ นัดหมายปรึกษาแพทย์
หน้าหลัก คลังความรู้ เวียนศีรษะ เวียนศีรษะเรื้อรัง PPPD
6 เวียนศีรษะ

เวียนศีรษะเรื้อรัง (PPPD)

เมื่อทุกอย่างตรวจปกติ แต่ทำไมยังเวียนศีรษะไม่หาย? ทำความรู้จัก Persistent Postural-Perceptual Dizziness

อ่านประมาณ 10 นาที นพ.อดิศักดิ์ กิตติสาเรศ

"หมอครับ ตรวจ MRI ก็ปกติ ตรวจหูก็ปกติ ตรวจเลือดก็ปกติ แล้วทำไมผมยังเวียนศีรษะทุกวัน?" — นี่เป็นคำถามที่ผมได้ยินอยู่เสมอในคลินิกโรคระบบประสาท

ผู้ป่วยหลายคนใช้เวลาหลายเดือนหรือหลายปีในการหาสาเหตุของอาการเวียนศีรษะ บางคนตรวจ MRI สมองหลายครั้ง ตรวจหูชั้นใน ตรวจหัวใจ หรือแม้แต่เปลี่ยนโรงพยาบาลหลายแห่ง แต่ผลการตรวจกลับบอกว่า "ปกติ" เมื่อหาสาเหตุไม่พบ บางคนได้รับคำอธิบายว่า "คิดมาก" หรือ "เป็นเพราะความเครียด"

ในปัจจุบัน เราทราบแล้วว่าผู้ป่วยจำนวนหนึ่งอาจเป็นโรคที่เรียกว่า Persistent Postural-Perceptual Dizziness หรือ PPPD ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของอาการเวียนศีรษะเรื้อรังที่หลายคนยังไม่รู้จัก

PPPD คืออะไร?

เวียนศีรษะเรื้อรัง PPPD

PPPD เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของการประมวลผลข้อมูลการทรงตัวของสมอง ไม่ใช่ความผิดปกติของหูชั้นใน หรือเกิดจากโรคหลอดเลือดสมอง ผู้ป่วยจะรู้สึกเวียนศีรษะ โคลงเคลง หรือไม่มั่นคงในการทรงตัวอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าการตรวจร่างกายและผลตรวจต่าง ๆ จะไม่พบความผิดปกติที่อธิบายอาการได้

💡 PPPD ไม่ใช่โรคที่คิดไปเอง

PPPD ไม่ได้หมายความว่าสมองมีความเสียหาย แต่เป็นความผิดปกติของการทำงานของเครือข่ายประสาทที่เกี่ยวข้องกับการทรงตัว — โรคนี้ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการและถือเป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยของอาการเวียนศีรษะเรื้อรังในคลินิกเฉพาะทาง

ทำไมตรวจทุกอย่างปกติ แต่ยังเวียนศีรษะ?

MRI เปรียบเสมือนการถ่ายภาพโครงสร้างของสมอง หากไม่มีเนื้องอก ไม่มีเลือดออก หรือไม่มีโรคหลอดเลือดสมอง ภาพก็อาจดูปกติได้ ในขณะที่ PPPD เป็นความผิดปกติของการทำงาน (functional disorder) ไม่ใช่ความผิดปกติของโครงสร้าง

เปรียบเหมือนคอมพิวเตอร์ที่ตัวเครื่องยังสมบูรณ์ แต่โปรแกรมบางส่วนทำงานผิดปกติ สมองของผู้ป่วย PPPD ก็มีลักษณะคล้ายกัน คือโครงสร้างยังปกติ แต่ระบบที่ทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลเกี่ยวกับการทรงตัวกลับทำงานไวและระมัดระวังมากเกินไป

สมองควบคุมการทรงตัวอย่างไร?

ทุกวินาทีที่เรายืน เดิน หรือหันศีรษะ สมองต้องนำข้อมูลจาก 3 ระบบมาประมวลผลพร้อมกัน

  • หูชั้นใน — รับรู้การเคลื่อนไหวและการหมุนของศีรษะ
  • ดวงตา — บอกตำแหน่งของร่างกายเมื่อเทียบกับสิ่งแวดล้อม
  • กล้ามเนื้อและข้อต่อ — ส่งข้อมูลว่าร่างกายกำลังอยู่ในท่าใด

ในผู้ป่วย PPPD สมองจะเข้าสู่ภาวะ "ตื่นตัว" ต่อระบบการทรงตัวมากกว่าปกติ และยังคงระแวดระวังต่อความผิดปกติของการทรงตัว แม้ต้นเหตุของโรคจะหายไปแล้ว ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกโคลงเคลงหรือเวียนศีรษะอยู่ตลอดเวลา

อาการของ PPPD เป็นอย่างไร?

  • รู้สึกโคลงเคลงเหมือนยืนบนเรือ
  • เดินแล้วรู้สึกไม่มั่นคง ทั้งที่ไม่ล้ม
  • เวียนศีรษะตลอดทั้งวัน แต่ไม่ใช่อาการบ้านหมุน
  • อาการเป็นเกือบทุกวัน และนานมากกว่า 3 เดือน
  • อาการเป็นมากขึ้นเมื่อยืน เดิน หรือเปลี่ยนท่าทาง
  • เป็นมากเมื่ออยู่ในที่คนพลุกพล่าน เช่น ห้างสรรพสินค้า ตลาด หรือสนามบิน
  • เป็นมากเมื่อเห็นสิ่งที่เคลื่อนไหวจำนวนมาก เช่น รถที่วิ่งผ่าน หรือภาพบนจอขนาดใหญ่

ผู้ป่วยจำนวนมากบอกว่า "รู้สึกเหมือนพื้นไม่นิ่ง" หรือ "เหมือนกำลังเดินบนสะพานที่สั่น" มากกว่าจะบอกว่า "บ้านหมุน"

โรคนี้เริ่มต้นได้อย่างไร?

ผู้ป่วย PPPD จำนวนมากไม่ได้เริ่มมีอาการขึ้นเอง แต่มีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นก่อน เช่น

  • โรคหินปูนในหูชั้นในหลุด
  • เส้นประสาทการทรงตัวอักเสบ
  • โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน
  • ไมเกรนชนิดเวียนศีรษะ
  • ภาวะตื่นตระหนก (Panic attack)
  • การติดเชื้อที่ทำให้เวียนศีรษะอย่างรุนแรง
  • อุบัติเหตุที่มีผลต่อการทรงตัว

แม้โรคต้นเหตุจะหายไปแล้ว แต่สมองของผู้ป่วยบางคนยังคงทำงานในโหมด "ระวังอันตราย" ต่อเนื่อง ส่งผลให้อาการเวียนศีรษะเรื้อรังยังคงอยู่ การเข้าใจกลไกนี้มีความสำคัญ เพราะจะช่วยให้ผู้ป่วยทราบว่าอาการที่เกิดขึ้นไม่ได้หมายความว่ากำลังมีโรคร้ายแรงซ่อนอยู่

ทำไมความเครียดจึงทำให้อาการเป็นมากขึ้น?

💡 ความเครียดไม่ใช่ต้นเหตุ แต่เป็นตัวกระตุ้น

เมื่อสมองอยู่ในภาวะเครียด ระบบประสาทจะตื่นตัวมากกว่าปกติ สมองจะเฝ้าระวังความผิดปกติของร่างกายมากขึ้น รวมทั้งระบบการทรงตัว ส่งผลให้ผู้ป่วยรับรู้ความรู้สึกโคลงเคลงหรือเวียนศีรษะได้ชัดเจนขึ้น ในทางกลับกัน เมื่ออาการเวียนศีรษะเป็นต่อเนื่อง ผู้ป่วยก็มักเกิดความกังวล ไม่กล้าออกจากบ้าน ทำให้เกิดวงจรที่อาการเวียนศีรษะและความวิตกกังวลส่งเสริมกันไปมา

แพทย์วินิจฉัยโรคนี้อย่างไร?

PPPD ไม่มีการตรวจเลือดหรือการตรวจ MRI ที่สามารถยืนยันโรคได้โดยตรง การวินิจฉัยอาศัยการซักประวัติเป็นหลัก ร่วมกับการตรวจร่างกายและการตรวจระบบประสาท เพื่อแยกโรคอื่นที่อาจทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ โดยทั่วไปผู้ป่วยจะมีลักษณะสำคัญ ได้แก่

  • มีอาการเวียนศีรษะ โคลงเคลง หรือรู้สึกไม่มั่นคงเป็นเกือบทุกวัน
  • อาการเป็นต่อเนื่องนานกว่า 3 เดือน
  • อาการเป็นมากขึ้นเมื่อยืน เดิน หรืออยู่ในสถานที่ที่มีสิ่งเร้าเกี่ยวกับการมองเห็นจำนวนมาก
  • ผลการตรวจต่าง ๆ ไม่พบโรคที่สามารถอธิบายอาการได้ทั้งหมด

การรักษา

🎉 ข่าวดี: PPPD รักษาได้

PPPD เป็นโรคที่สามารถรักษาได้ แม้ผู้ป่วยบางรายจะมีอาการมานานหลายเดือนหรือหลายปีก็ตาม การรักษาที่ได้ผลดีที่สุดมักเป็นการรักษาหลายด้านร่วมกัน

1

ให้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรค

การอธิบายให้ผู้ป่วยเข้าใจว่าอาการเกิดจากความผิดปกติของการทำงานของสมอง ไม่ใช่โรคร้ายแรงที่กำลังทำลายสมอง เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการรักษา ผู้ป่วยจำนวนมากมีอาการดีขึ้นหลังจากเข้าใจธรรมชาติของโรค และลดความกังวลว่าตนเองกำลังเป็นโรคที่ตรวจไม่พบ

2

กายภาพบำบัดระบบการทรงตัว (Vestibular Rehabilitation)

การทำกายภาพบำบัดระบบการทรงตัวเป็นหนึ่งในวิธีรักษาที่สำคัญ นักกายภาพบำบัดจะออกแบบการฝึกที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละคน เพื่อช่วยให้สมองเรียนรู้ที่จะประมวลผลข้อมูลจากหูชั้นใน ดวงตา และร่างกายได้อย่างสมดุลอีกครั้ง ในช่วงแรกของการฝึก อาการอาจดูเหมือนเป็นมากขึ้นเล็กน้อย แต่เมื่อทำอย่างต่อเนื่อง ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะค่อย ๆ ปรับตัวและอาการจะดีขึ้น

3

การใช้ยา

ในผู้ป่วยที่มีอาการรบกวนการใช้ชีวิตมาก หรือมีความวิตกกังวลร่วมด้วย แพทย์อาจพิจารณาใช้ยากลุ่ม SSRIs หรือ SNRIs แม้ยากลุ่มนี้มักใช้รักษาโรคซึมเศร้าหรือโรควิตกกังวล แต่ใน PPPD ยาไม่ได้ใช้เพราะผู้ป่วย "คิดไปเอง" หากแต่ช่วยปรับการทำงานของเครือข่ายประสาทที่เกี่ยวข้องกับการทรงตัวและการรับรู้ความไม่มั่นคงของร่างกาย

4

การจัดการความเครียด

การนอนหลับให้เพียงพอ การออกกำลังกาย การฝึกผ่อนคลาย รวมถึงการทำจิตบำบัด เช่น Cognitive Behavioral Therapy (CBT) ในผู้ป่วยบางราย สามารถช่วยลดความวิตกกังวลและช่วยให้สมองกลับมาปรับตัวได้ดีขึ้น

พยากรณ์โรคและการดูแลตนเอง

ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการดีขึ้นได้ หากได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องและรักษาอย่างเหมาะสม ระยะเวลาการฟื้นตัวแตกต่างกันในแต่ละคน การรักษา PPPD ไม่ได้มุ่งหวังเพียงให้อาการเวียนศีรษะหายไปทั้งหมด แต่ช่วยให้สมองกลับมาปรับตัวได้ตามธรรมชาติ ทำให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปทำงาน ใช้ชีวิต และทำกิจกรรมที่เคยหลีกเลี่ยงได้อีกครั้ง

  • พยายามกลับไปทำกิจวัตรประจำวันตามปกติทีละน้อย ไม่หลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวมากเกินไป
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ตามความเหมาะสมของร่างกาย
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  • ลดความเครียดและฝึกการผ่อนคลาย
  • รับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างต่อเนื่อง
  • เข้ารับการทำกายภาพบำบัดระบบการทรงตัว หากแพทย์แนะนำ

หากคุณมีอาการเวียนศีรษะเรื้อรัง ตรวจแล้วไม่พบความผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินอย่างละเอียด เพราะการได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง คือจุดเริ่มต้นของการรักษาที่เหมาะสม

📋 สรุปสิ่งที่ควรรู้

  • PPPD เป็นโรคเวียนศีรษะเรื้อรังที่เกิดจากความผิดปกติของการทำงานของสมอง ไม่ใช่โรคร้ายแรง และไม่ใช่เพราะผู้ป่วยคิดมาก — MRI ปกติไม่ได้แปลว่าอาการไม่มีจริง
  • อาการเด่นคือรู้สึกโคลงเคลง ไม่มั่นคง เกือบทุกวัน มากกว่า 3 เดือน และแย่ลงในที่คนพลุกพล่านหรือเห็นสิ่งเคลื่อนไหวมาก
  • PPPD รักษาได้ด้วยการผสมผสานระหว่างการให้ความเข้าใจ กายภาพบำบัดระบบการทรงตัว ยา และการจัดการความเครียด — ผู้ป่วยส่วนใหญ่อาการดีขึ้นได้เมื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง
นพ.อดิศักดิ์ กิตติสาเรศ
อายุรแพทย์สาขาประสาทวิทยา — คลินิกรักษ์สมอง

คลังความรู้โรคสมอง

www.dradisak.com