เด็กบางคนปวดศีรษะจนไม่อยากไปโรงเรียน เล่นกีฬาไม่ได้ หรือผลการเรียนแย่ลง เพราะปวดศีรษะบ่อย แต่กลับถูกเข้าใจว่า "แกล้งป่วย" หรือ "คิดมาก"
เมื่อพูดถึงไมเกรน หลายคนมักนึกถึงโรคของวัยทำงาน แต่ความจริงแล้ว ไมเกรนสามารถเกิดได้ตั้งแต่วัยเด็ก และเป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยของอาการปวดศีรษะเรื้อรังในเด็กวัยเรียนและวัยรุ่น
💡 ข่าวดี
หากได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม เด็กส่วนใหญ่สามารถควบคุมอาการได้ดี และใช้ชีวิตได้ตามปกติ
เด็กเป็นไมเกรนได้ตั้งแต่อายุเท่าไร?
ได้ตั้งแต่เด็กเล็ก — ไมเกรนอาจพบได้ตั้งแต่อายุประมาณ 5-6 ปี และพบได้บ่อยขึ้นเมื่อเข้าสู่วัยเรียน ก่อนเข้าสู่วัยรุ่น พบในเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิงใกล้เคียงกัน แต่หลังเริ่มมีประจำเดือน ไมเกรนจะพบในเด็กผู้หญิงมากกว่า เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศ
อาการไมเกรนในเด็กแตกต่างจากผู้ใหญ่อย่างไร?
ไมเกรนในเด็กอาจไม่เหมือนภาพที่หลายคนคุ้นเคย เด็กมักอธิบายอาการได้ไม่ชัดเจน และอาการอาจแตกต่างจากผู้ใหญ่ เช่น
- ปวดศีรษะทั้งสองข้างมากกว่าปวดข้างเดียว
- ระยะเวลาปวดสั้นกว่า บางครั้งเพียง 1-2 ชั่วโมง
- อยากนอน เมื่อหลับแล้วอาการดีขึ้น
- ซีด เหงื่อออก หรือเบื่ออาหาร
- คลื่นไส้ อาเจียน
- ไม่ชอบแสงหรือเสียงดัง
- ไม่อยากเล่น ไม่อยากทำกิจกรรม
เด็กเล็กบางคนอาจบอกได้เพียงว่า "หนูปวดหัว" แล้วเดินไปนอนในห้องมืด ซึ่งอาจเป็นอาการของไมเกรนได้
อาการเตือน (Aura) พบได้หรือไม่?
พบได้ แต่ไม่บ่อยเท่าผู้ใหญ่ เด็กบางคนอาจมีอาการก่อนปวดศีรษะ เช่น
- เห็นแสงวาบ
- เห็นเส้นซิกแซก
- มองภาพพร่ามัว
- ชาหรืออ่อนแรงชั่วคราว
- พูดลำบากชั่วคราว
อย่างไรก็ตาม หากเป็นครั้งแรก หรือมีอาการผิดปกติทางระบบประสาท ควรได้รับการประเมินโดยแพทย์เพื่อแยกโรคอื่นก่อน
เด็กบางคนไม่ได้ปวดหัว แต่ปวดท้องแทน จริงหรือไม่?
จริง — เด็กบางคนมีภาวะที่เรียกว่า Abdominal Migraine อาการได้แก่ ปวดท้องเป็น ๆ หาย ๆ คลื่นไส้ อาเจียน ซีด โดยไม่มีสาเหตุจากโรคทางเดินอาหาร อาการมักเกิดเป็นครั้ง ๆ และหายเป็นปกติระหว่างช่วงที่ไม่มีอาการ เด็กกลุ่มนี้จำนวนไม่น้อย เมื่อโตขึ้นจะเปลี่ยนเป็นไมเกรนแบบปวดศีรษะ
💡 โรคที่เกี่ยวข้องกับไมเกรนในเด็ก
นอกจาก Abdominal Migraine ยังมีภาวะที่พบร่วมได้ เช่น Cyclic Vomiting Syndrome (อาเจียนเป็นรอบ ๆ) Benign Paroxysmal Vertigo of Childhood (เวียนศีรษะเป็นพัก ๆ) และ Benign Paroxysmal Torticollis (คอเอียงเป็นช่วง ๆ ในเด็กเล็ก) ภาวะเหล่านี้ถือเป็นกลุ่มอาการที่สัมพันธ์กับไมเกรน และเด็กจำนวนหนึ่งจะพัฒนาเป็นไมเกรนเมื่อโตขึ้น
อะไรเป็นปัจจัยกระตุ้นไมเกรนในเด็ก?
คล้ายกับผู้ใหญ่ ได้แก่
- นอนดึก นอนน้อย อดอาหาร ดื่มน้ำน้อย
- ความเครียดจากการเรียนและการสอบ
- การเล่นเกมหรือใช้หน้าจอเป็นเวลานาน
- แสงจ้า อากาศร้อน
- การออกกำลังกายหนักโดยไม่ดื่มน้ำ
เด็กแต่ละคนมีปัจจัยกระตุ้นแตกต่างกัน การจดบันทึกอาการช่วยให้ค้นหาสาเหตุได้ง่ายขึ้น
เมื่อไรที่ควรรีบพาลูกไปพบแพทย์?
แม้ไมเกรนจะพบได้ในเด็ก แต่ไม่ใช่อาการปวดศีรษะทุกครั้งจะเป็นไมเกรน ควรรีบพบแพทย์หากเด็กมีอาการ เช่น
⚠️ สัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพบแพทย์
ปวดศีรษะรุนแรงมากทันที / ปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ / ปวดร่วมกับไข้ คอแข็ง หรือซึมลง / แขนขาอ่อนแรง / ชัก / เดินเซ / พูดไม่ชัด / ตามัวหรือมองเห็นผิดปกติ / ปวดศีรษะตอนเช้าเป็นประจำร่วมกับอาเจียนพุ่ง / ปวดจนปลุกให้ตื่นจากการนอนเป็นประจำ / มีการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมหรือบุคลิกภาพ
อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของโรคทางสมองที่ต้องได้รับการตรวจเพิ่มเติม
เด็กที่เป็นไมเกรนต้องตรวจ MRI ทุกคนหรือไม่?
ไม่จำเป็น หากเด็กมีอาการเข้าได้กับไมเกรน ตรวจร่างกายทางระบบประสาทปกติ และไม่มีสัญญาณอันตราย ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องตรวจ MRI สมอง แพทย์จะพิจารณาตรวจเพิ่มเติมเมื่อมีข้อบ่งชี้ เช่น อาการผิดปกติทางระบบประสาท ปวดศีรษะรูปแบบใหม่ อาการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม หรือมีสัญญาณอันตรายจากการซักประวัติหรือการตรวจร่างกาย
การรักษาไมเกรนในเด็กทำอย่างไร?
เป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุด ได้แก่
- นอนให้เพียงพอ เข้านอนและตื่นเวลาเดิมทุกวัน
- รับประทานอาหารเช้า ดื่มน้ำให้เพียงพอ
- ลดเวลาใช้หน้าจอ
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
- จัดการความเครียด
ในเด็กหลายคน การปรับพฤติกรรมเพียงอย่างเดียวก็ช่วยลดอาการได้มาก
หากเริ่มมีอาการ ควรให้ยาเร็วที่สุด ยาที่ใช้บ่อย ได้แก่ Paracetamol และ Ibuprofen ในเด็กโตหรือวัยรุ่นที่มีอาการรุนแรง แพทย์อาจพิจารณาใช้ Triptans บางชนิดที่ได้รับการรับรองสำหรับเด็กตามช่วงอายุและข้อบ่งใช้
⚠️ ข้อควรระวัง
ไม่ควรซื้อยาไมเกรนของผู้ใหญ่มาให้เด็กรับประทานเอง
หากเด็กมีอาการบ่อย เช่น ปวดหลายวันต่อเดือน ขาดเรียนบ่อย กระทบต่อคุณภาพชีวิต หรือใช้ยาแก้ปวดบ่อย แพทย์อาจพิจารณายาป้องกันไมเกรน โดยการเลือกยาจะคำนึงถึงอายุ น้ำหนัก โรคร่วม ผลข้างเคียง และหลักฐานทางการแพทย์ในเด็ก ปัจจุบันยาป้องกันบางชนิดที่ใช้ในผู้ใหญ่ยังมีข้อมูลในเด็กไม่มาก จึงต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
เด็กจะเป็นไมเกรนไปตลอดชีวิตหรือไม่?
ไม่จำเป็น เด็กจำนวนมากมีอาการดีขึ้นเมื่อโตขึ้น บางคนมีอาการหายไปหลายปี บางคนอาจกลับมาเป็นอีกในวัยผู้ใหญ่ และบางรายอาจมีอาการต่อเนื่อง แต่สามารถควบคุมได้ดีด้วยการรักษาที่เหมาะสม
การเริ่มดูแลตั้งแต่ระยะแรก จะช่วยลดผลกระทบต่อการเรียน การเข้าสังคม และคุณภาพชีวิตของเด็กได้มาก
พ่อแม่ควรช่วยลูกอย่างไร?
สิ่งสำคัญที่สุด คือความเข้าใจ เด็กที่เป็นไมเกรนไม่ได้แกล้งป่วย และไม่ได้ขาดความอดทน หากลูกบ่นปวดศีรษะบ่อย ควรสังเกต
- ปวดเมื่อไร ปวดนานแค่ไหน
- มีคลื่นไส้หรืออาเจียนหรือไม่
- มีไข้หรือไม่
- มีปัจจัยกระตุ้นอะไรบ้าง
- ขาดเรียนหรือหยุดกิจกรรมบ่อยหรือไม่
การจด Migraine Diary และพามาพบแพทย์พร้อมข้อมูลเหล่านี้ จะช่วยให้วินิจฉัยและวางแผนการรักษาได้ง่ายขึ้น
📋 สรุปสิ่งที่ควรรู้
- ✓ไมเกรนเป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยของอาการปวดศีรษะในเด็กและวัยรุ่น เด็กอาจมีอาการแตกต่างจากผู้ใหญ่ เช่น ปวดศีรษะสองข้าง ปวดไม่นาน หรือมีอาการปวดท้องและอาเจียนร่วมด้วย
- ✓เด็กส่วนใหญ่สามารถควบคุมอาการได้ดีด้วยการปรับพฤติกรรม การนอนหลับให้เพียงพอ รับประทานอาหารตรงเวลา ดื่มน้ำให้เพียงพอ และใช้ยาอย่างเหมาะสมเมื่อจำเป็น
- ✓หากลูกมีอาการปวดศีรษะบ่อย หรืออาการเริ่มรบกวนการเรียนและการใช้ชีวิต อย่าคิดว่าเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย การได้รับการวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้เด็กเติบโต เรียนหนังสือ และใช้ชีวิตได้อย่างเต็มศักยภาพ
นพ.อดิศักดิ์ กิตติสาเรศ
อายุรแพทย์สาขาประสาทวิทยา — คลินิกรักษ์สมอง
คลังความรู้โรคสมอง
www.dradisak.com